Home » English » วิธีเก่งภาษาอังกฤษโดยธรรมชาติ

วิธีเก่งภาษาอังกฤษโดยธรรมชาติ

“Knowledge is power.”Sir Francis Bacon

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่จำเป็นมาก ๆ เลยนะครับสำหรับคนที่ต้องการความก้าวหน้าในชีวิต  ต้องการงานดี ๆ ในบริษัทดี ๆ ใช้สำหรับติดต่อกับชาวต่างชาติได้เกือบครึ่งโลก  และความรู้ทั้งหลายในโลก 90%  เป็นภาษาอังกฤษนะครับ  และความรู้ทั้งหลายก็กองอยู่บนอินเตอร์เน็ตให้เราอ่านเป็นล้าน ๆ ชาติก็ไม่หมด  แล้วภาษาอังกฤษมันก็ใช้หาเงินได้ดีด้วย  เช่น  ใช้ในการติวหนังสือ  หรือ  เป็นไกด์ทัวร์  (อาชีพในฝัน ของหลายๆคน)  ผมเองเป็นคนที่เกลียดเรื่องวิชาการที่อยู่ในหนังสือเรียนมาก ๆ  แต่นอกจากนั้น  ผมอ่านหมดทั้งวิชาการและไม่วิชาการ  เรื่องต่าง ๆ ที่ผมเอามาเขียนในเว็บนี้ส่วนมากก็จะเอามาจากเว็บต่างประเทศ  เวลาผมอยากรู้อะไรก็จะหาเป็นภาษาอังกฤษ  เข้าไปอ่านในเว็บบอร์ดฝรั่ง  เพราะมันมีคนเขียนถึงมากกว่า  ยิ่งคนเขียนถึงมาก  เรายิ่งได้ข้อมูลมากขึ้น  แต่ผมว่าหลาย ๆ คนคงเกลียดการเรียนภาษาอังกฤษเข้าไส้เลยทีเดียว  แต่ลองทำตามผมดู  รับรองว่าไม่นานจะฟังพูดอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อ่านหนังสือแกรมม่าหรือท่องศัพท์เลย  และผมเชื่อว่าวิธีนี้ได้ผล  เพราะเพื่อน ๆ ของผมเองที่ทำตามวิธีข้างล่างโดยไม่รู้ตัว ก็ได้ A วิชาภาษาอังกฤษมาอย่างง่ายดายเหมือนกัน

1.เปลี่ยนทัศนคติ

ทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ “ทุกๆเรื่องในชีวิต” นะครับ ถ้าสมมติว่าคุณว่ายน้ำไม่เป็น แล้วมีคนบอกคุณว่าน้ำบ่อนี้ลึกมาก และผลักคุณลงไป และคุณยังยึดคติที่ว่าน้ำลึก คุณก็อาจพยายามว่าน้ำจนจมน้ำไป ทั้งๆที่ไม่ลองหยั่งดูเลยว่าน้ำมันลึกจริงๆหรือเปล่า สำหรับเรื่องการเรียนภาษาก็เหมือนกันครับ หลายๆคนแค่เห็นตัวอักษรก็เมินหน้าหนีแล้ว ไม่คิดจะอ่านมันหรอก แม้ว่าคำนั้นอาจจะเขียนว่า Don’t! หรือ Watch Out! ก็ตาม เชื่อผมเถอะครับ ถ้าคุณได้อ่านบทความนี้แสดงว่าคุณเองก็อยากจะเก่งภาษาอังกฤษเหมือนกัน

ขั้นแรกที่คุณ ต้องทำเลยก็คือ ปลดปล่อยอคติ และมีทัศนคติที่ดีกับภาษาอังกฤษ วิธีที่ผมใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจในการทำอะไรบางอย่างที่ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากทำ นั่นก็คือหาสมุดเล่มหนึ่ง และเขียนลงไปถึงสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นหลังจากคุณทำสิ่งๆนี้แล้ว แล้วก็เปิดอ่านบ่อยๆ หรือ ติดไว้ที่ประตู

2.เริ่มจากฟังเพลง

ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก”  คำกลอนนี้บ่งบอกถึงธรรมชาติของมนุษย์ได้อย่างดีทีเดียว  มีใครที่ไหนบ้างที่ไม่ชอบดนตรี?  การฟังเพลงภาษาอังกฤษในที่นี้ไม่ได้หมายถึง  จะให้คุณเข้าใจทุก ๆ คำ  เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว  ผมเชื่อว่าทุกๆคนคงจะเคยได้ยินเพลง ๆ หนึ่ง  ตั้งหลายครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ  แต่พอนึกดูดี ๆ ดันไม่รู้เลยว่าเพลงมันพูดถึงอะไรกันแน่

เพลงภาษาอังกฤษก็เหมือนกันครับ  เราไม่ได้ฟังเพื่อเนื้อหาขนาดนั้น  แต่ที่ผมบอกว่าให้ฟังเพลงภาษาอังกฤษนั้นมันมีเหตุผลครับ  เหตุผลนั้นคือจิตวิทยาเรื่องความเชื่อมโยง  ซึ่งถูกนำมาใช้กันแพร่หลายในวงการธุรกิจ  นั่นก็คือ  การโฆษณาโดยใช้ดารานางแบบนั่นเอง  อธิบายได้ว่า  เวลาเราสัมผัสอะไรที่เราชอบที่อยู่คู่กับอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้จัก  สิ่งที่เราชอบนั้นมันจะทำให้ของอีกสิ่งนั้นดูดีขึ้นมาพร้อมกัน  นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทุกคนรู้จักก๊อกน้ำซัลวา  หรือ  อินเตอร์เน็ต  3BB

การที่เราฟังเพลงภาษาอังกฤษมันก็ให้ผลแบบเดียวกันครับ  คือ  เพลงภาษาอังกฤษที่ไพเราะจะทำให้เราค่อย ๆ รู้สึกดีขึ้นกับภาษาอังกฤษ  และทำให้เราซึมซับภาษาอังกฤษไปโดยไม่รู้ตัว  ส่วนใคร ๆ ที่มีอคติกับเพลงภาษาอังกฤษ  ผมแนะนำว่า  ให้แทรกเพลงเพราะ ๆ เก่า ๆ ที่ดัง ๆ (ผมเดี๋ยวจะทำลิสต์เพลงพวกนี้ไว้ให้ไว้ให้) ของฝรั่งไว้  ในลิสต์เพลงโปรดของคุณ  แทรกเข้าไปแค่  10 – 20 %  ก็พอ  เรื่องนี้มีงานวิจัยโดยตรงเลยทีเดียว  เขาระบุว่า  เราไม่สามารถเปลี่ยนให้คนใดคนหนึ่งที่ชอบเพลงแนวหนึ่ง  หันไปฟังเพลงอีกแนวหนึ่งได้ทันที  แต่ถ้าเราค่อยให้เขาฟังเพลงอีกแนว  เป็นสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเพลงแนวเก่าที่เขาฟัง  ไม่นานเขาก็จะชอบเพลงแนวใหม่ไปเอง

3.วิธีดูหนัง

อ.วรภัทร์ ภู่เจริญเคยกล่าวไว้(บ่อย) ว่า “สุดยอดเรียน คือ ดูหนัง”  ผมขอเพิ่มอีกหนึ่งเสียงว่าจริงครับ  และผมจะบอกว่า  การเปิ ด Subtitle  ของคนไทยนั้นทำกันอย่างผิด ๆ  ทำให้เราไม่ได้เพิ่มพูนความรู้ทางภาษาเลย  การเปิ ดSubtitle ปกติของคนไทยคือ  เสียงอังกฤษ  บรรยายไทย  ใช่ไหมครับ?  ถ้านั่นคุณดูเอาสนุก  เอารู้เรื่อง  เพื่อเพิ่มพูนความรู้เรื่องอื่น  เช่น  การวางกลยุทธ์ของหนัง  หรืออะไรก็แล้วแต่  มันก็เป็นสิ่งที่ถูกแล้วครับ  แต่ถ้าเราอยากจะเก่งภาษาอังกฤษ  เราต้องเริ่มจากเสียงไทย  บรรยายอังกฤษครับ มันมีข้อดีก็คือ

  • เรารู้เรื่องแน่นอนว่า  ประโยคที่กำลังพูดนั้น  เขาพูดว่าอะไร
  • คำบรรยายภาษาอังกฤษทำให้เรารู้ว่าประโยคที่เราได้ยินนั้น  ภาษาอังกฤษ  เขาพูดว่าอย่างไร

กลับกันครับถ้าเราเปิดเสียงอังกฤษบรรยายไทย  นอกจากยากที่จะฟังรู้เรื่องแล้ว  เรายังต้องตามอ่านบรรยายไทย  จนไม่ได้ดูหนัง  และทำให้ไม่รู้เรื่องนั่นเอง  ซึ่งเราก็จะไม่ได้อะไรจากหนังเรื่องนั้นเลย  (แต่มันก็ดีถ้าคุณหัดอ่านเร็วอยู่)  พอเราได้ยินคำไหนที่เราอยากรู้ว่าภาษาอังกฤษมันพูดกันว่าอย่างไร  เราก็แค่อ่านข้างล่างครับ ไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์ทุกคำ  แค่ลองอ่านดู  ถ้าชอบก็จดหรือจำไว้  แรก ๆ เราก็จะไม่ชินหรอกครับ  แต่รับรองว่าถ้าคุณทำแบบนี้  บวกกับข้ออื่น ๆ ที่ผมบอก  มันจะทำให้คุณเก่งภาษาอังกฤษได้แน่ ๆ

4.อยากรู้หรอ? หาเป็นภาษาอังกฤษสิ!

ผมเรียนรู้เรื่องนี้ได้จากการเล่นเกมครับ  เริ่มจากเมื่อสี่ปีก่อนตั้งแต่ผมได้เกรด  1.5  วิชาภาษาอังกฤษ (ม.4) อยู่  ผมเห็นเขาเล่นเกมที่เรียกว่า  DotA  กัน  ซึ่งผมเองก็อยากเล่นบ้าง  พอเข้าไปเล่นครั้งแรกก็แพ้เจ็บใจ  แต่ธรรมชาติของคนเรามักจะไม่ยอมแพ้อยู่เรื่อยไปอยู่แล้ว  ถ้าไม่เลิกเล่น  ก็ต้องเล่นให้เก่ง  ผมเลือกอย่างหลัง

ก็เลยหาอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับเกมนี้  พออ่านภาษาไทยหมดก็ยังไม่พอใจ  ไปตามอ่านเว็บบอร์ดภาษาอังกฤษต่อ  เกมนี้มีตัวละครให้เราเลือกราวๆ 60-70 ตัว (ช่วงนั้น) และฝรั่งมันก็เขียนวิธีเล่นแต่ละตัว (ซึ่งแตกต่างกันมาก)  ไว้ตัวละราว ๆ  4-5 หน้ากระดาษ  A4  แรกๆผมเข้าไปอ่านก็มึน ๆ ไปเลยทีเดียว  แต่เพราะผมอยากเล่นเกมนี้ให้เก่งมาก ๆ  ผมก็เลยไล่อ่านจนหมด  ยังไม่รวมกระทู้ต่าง ๆ รวมถึงเว็บอื่น ๆ ที่เขียนเกี่ยวกับเกม ๆ นี้  และการหาความรู้เรื่องแก้ปริศนาและเรื่องคอมพิวเตอร์

พอลองนึกดูแล้วก็เหมือนอ่านนิยายภาษาอังกฤษไปหลายสิบเล่ม  เทคนิคที่จะทำให้คุณหาความรู้ได้เร็วขึ้นคือ  อย่าเปิด  Dictionary  ทุก ๆ คำที่เราไม่เข้าใจ ครับ แต่ให้อ่านจนจบย่อหน้าก่อน  ถ้าไม่เข้าใจจริง ๆ ก็ค่อยเปิด  และพยายามมุ่งความสนใจทีละเรื่อง  เช่น  คุณชอบเรื่องเกม  คุณก็อ่านเรื่องเรื่องเกมให้หมดก่อน  เพราะคำศัพท์ก็จะคล้าย ๆ กันหมด  เช่น  Imbalance Skill Leveling Picking Agility พอไปอ่านบทความอื่นที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน  คุณก็จะค่อย ๆ เห็นคำศัพท์นั้นบ่อยขึ้น  และจำได้โดยธรรมชาติทั้งๆที่เปิด  Dictionary  แค่ครั้งเดียว

5. เล่นเกมซะ!! (ความคิดเห็นส่วนตัว)

ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าให้เล่นหัวปักหัวปำ  ไม่สนใจอะไรนะครับ  การเล่นในขนาดพอเหมาะจะทำให้คุณมีไหวพริบเฉียบขาด  ตัดสินใจกระทันหันได้ดี  รู้จักการวางแผน  แก้สถานการณ์  การควบคุมตัวเอง  และไม่ยอมแพ้  อีกทั้งยังทำให้คุณอ่านใจคนได้เก่งขึ้นด้วย  (ในที่นี้หมายถึงเกม DotA หรือ HoN )  แถมยังทำให้คุณรู้หลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  และเกมหลาย ๆ เกมก็ทำให้เราเก่งเรื่องภาษาอังกฤษขึ้นมากมายก่ายกอง  ผมขอเน้นเลยคือ DragonAge : Origin และ Mass effect ทั้งสองภาค (เกมของ Bioware ทั้งนั้น) ซึ่งมีเนื้อเรื่องชวนติดตาม  ความลุ่มลึกของเกม  ที่ทำให้คุณหาความรู้และพยายามแกะเนื้อเรื่องอยู่ไม่หยุด ผมจะบอกตรงนี้ว่า  ถ้าคุณมีอคติกับเกม  คุณก็พลาดสื่อการเรียนรู้ที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในโลกไปเลยล่ะ  (ถาม อ.วรภัทร์ ดูก็ได้) ทุก ๆ อย่างมีข้อดีทั้งหมดแหละครับ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเรียนรู้อะไรจากมัน

 

ทิปส์เพิ่มเติม

  1. ถ้าใครเริ่มฟังเพลงภาษาอังกฤษบ่อยขึ้นจนชินหูแล้ว  ให้เริ่มมองหาคำพื้นฐานต่าง ๆ ในเพลงครับ  เช่นคำว่า I you  this when what who and every ซึ่งคำเหล่านี้มักจะเป็นคำขึ้นต้นประโยค  และฟังได้ง่าย  และค่อย ๆ มองหาส่วนประกอบของประโยค  คือ  ประธาน  กิริยา  กรรม  และส่วนขยาย  ความรู้จากการอ่านจะทำให้คุณรู้ความหมาย  และแยกแยะได้
  2. เมื่อดูหนังแบบ  เสียงไทย  บรรยายอังกฤษ  จนคล่องแล้ว  ให้เปลี่ยนเป็น  เสียงอังกฤษ  บรรยายอังกฤษ  ซึ่งจะทำให้คุณเพิ่มพูนความรู้ด้านการฟังและการอ่านเขียนไปพร้อม ๆ กัน
  3. มีเพื่อนฝรั่ง  การมีเพื่อนฝรั่งจะทำให้คุณอยากพูดกับเขารู้เรื่อง  จากนั้นมันจะทำให้คุณค่อย ๆ หาประโยคไปคุยกับเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คุณเก่งแกรมม่า และการพูดด้วย

 


Tags :
Previous post link
Next post link

About @Methuz

โปรแกรมเมอร์ ชอบอ่านหนังสือ หัดทำนู่นนี่ เล่นเกม เล่นหมากล้อม วาดภาพ เดินหาอะไรกิน เล่นกับหมา เที่ยว นอน กำลังพยายามเป็นนักเขียนหนังสือ และเก็บเงินเที่ยวรอบโลก

Facebook comments:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code class="" title="" data-url=""> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong> <pre class="" title="" data-url=""> <span class="" title="" data-url="">

Scroll To Top