22 พฤษภาคม 2009 [How to] วิธีจับโกหกอย่างง่าย (จับโกหกโดยสังเกตการกระพริบตา) [How to] วิธีจับโกหกอย่างง่าย (จับโกหกโดยสังเกตการกระพริบตา)

จับ โกหก !

วิธีจับโกหกโดยสังเกตจากการกระพริบตา

สวัสดีครับ…พอดีวันนี้สนใจเรื่องจิตวิทยาทั้งหลายแหล่  รวมทั้งรวมการโกหกนี่ก็ด้วยเช่นกัน  ไปอ่านเจอมาก็เลยนำบทความมาลงให้ผู้ที่ยังไม่ได้อ่านได้อ่านกันครับ  หรือผู้ที่อ่านแล้วก็อ่านอีกรอบได้นะครับ

จังหวะการกระพริบตาของบิลล์ คลินตัน อดีตผู้นำสหรัฐฯ ในขณะนั้นอาจทรยศว่าเจ้าตัวกำลังปิดบังความสัมพันธ์อื้อฉาวกับโมนิกา ลูวินสกี้

เดลิเมล์ – นักวิจัยแนะถ้าอยากรู้ว่าคนตรงหน้าพูดจริงหรือโกหก ให้มองตาคนๆ นั้นให้ดี เพราะระหว่างและหลังจากที่ปั้นเรื่อง จังหวะการกระพริบตาของคนเรามักไม่เหมือนเดิม

                ดร.ชารอน ลีล จากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัท อังกฤษ ผู้ร่วมจัดทำรายงานฉบับนี้ แจงว่า ระหว่างเล่าความเท็จ คนๆ นั้นจะกระพริบตาน้อยกว่าปกติ แต่หลังจากนั้นจะกระพริบตาถี่ขึ้น 8 เท่า  “ที่ผ่านมาความแตกต่างด้านพฤติกรรมระหว่างคนพูดจริงกับคนพูดโกหกไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญมากนักในการวิจัยเกี่ยวกับการตบตา”

                นักจิตวิทยาพูดถึงการค้นพบนี้ที่รายงานอยู่ในเจอร์นัล ออฟ นอน-เวอร์บัล บีแฮฟวิเออร์ว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนสามารถนำอัตราการกระพริบตาไปใช้ในการจับเท็จได้ ในการศึกษา อาสาสมัครกลุ่มหนึ่งถูกขอให้ทำกิจกรรมประจำวันตามปกตินานสิบนาที ขณะที่อีกกลุ่มได้โจทย์ให้ขโมยข้อสอบจากออฟฟิศ และปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ หลังจากนั้น นักทดลองซึ่งไม่รู้ว่าอาสาสมัครกลุ่มไหนพูดจริงกลุ่มไหนโกหก จะขอให้อาสาสมัครแต่ละคนเล่าสิ่งที่ทำไป โดยระหว่างนั้นจะมีการใช้อุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของดวงตาของอาสาสมัคร ผลปรากฏว่า เมื่อมีการถามตอบ อัตราการกระพริบตาของกลุ่มที่โกหกจะลดลง ขณะที่ของกลุ่มที่พูดความจริงเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะความกังวลในการทดสอบ หลังจากการถามตอบจบลง อัตราการกระพริบตาของคนโกหกจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกกลุ่มคงเดิม นักวิจัย อธิบายว่า การใช้สมาธิเพื่อสร้างเรื่องเท็จอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้กลุ่มที่โกหกไม่กระพริบตาระหว่างที่ปั้นเรื่อง

                 “คนโกหกต้องพยายามกุเรื่อง และต้องจดจ่อกับเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อให้เรื่องนั้นดูน่าเชื่อถือ แถมยังต้องพยายามจำเรื่องที่โกหกให้ได้ตั้งแต่ประโยคแรกๆ เพื่อที่ว่าเมื่อเล่าใหม่เรื่องราวจะเหมือนเดิม รวมทั้งต้องจำให้ได้ด้วยว่าเล่าให้ใครฟังบ้าง “คนโกหกมีแนวโน้มมากกว่าคนพูดจริงที่จะพยายามควบคุมพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้ดูน่าไว้ใจ “ส่วนเหตุผลที่อัตราการกระพริบตาถี่ขึ้นหลังการโกหกนั้นยังไม่เป็นที่ชัดเจน อาจเป็นเพราะการกระพริบตาบ่งบอกถึงความรู้สึกปลอดภัย เหมือนการปลดปล่อยพลังงานหลังจากความเครียดในการโกหก”

 

ที่มา : โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 สิงหาคม 2551   

สำหรับเรื่องจิตวิทยานั้นน่าสนใจมาก ๆ เลยครับ แล้วผมจะทยอยหามาให้ได้อ่านกันครับ

No related posts.

Tags: , ,

Facebook comments:

  • ฮ่าๆ นี่เอาไว้ จับผิด แฟนได้ใช่ไหมครับ..ฮ่าๆๆ ใช้ได้กับทุกคนหรือเปล่าเนี้ย..ถ้าได้ จะได้เอาไปจับผิด อดีตนายกฯ อ่ะ
blog comments powered by Disqus