10 เมษายน 2010 อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 1 อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อับดับที่ 1

พูดกับคนๆหนึ่งในเรื่องของเขา แล้วเขาจะฟังคุณนานนับชั่วโมง – Benjamin Disraeli

อันดับที่ 1… อันดับสุดท้ายแล้วครับ

โรคที่ได้ตำแหน่งนี้ไปครอง ถือได้ว่า เป็นโรคที่มีความขัดแย้งกันในตัวเองมากที่สุดในโรค..
มีชื่อว่า โรค Anosognosia หรือ โรคสบายดี

ลองจินตนาการผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตครึ่งซีกดูนะครับ ใบหน้าซีกซ้ายของเขาไม่สามารถขยับได้ แขนขามือเท้าข้างซ้ายก็ขยับไม่ได้ เวลาไปไหนมาไหนต้องอาศัยนั่งรถเข็น ทีนี้ สมมติว่า คุณเดินเข้าไปถามเขา “เป็นไงบ้าง?” เขาก็จะตอบกลับมาว่า “สบายดี” โอเคอันนี้อาจจะยังไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะคนทั่วไปต่อให้จะสบายไม่สบายยังไง ก็มักจะตอบว่าสบายดีเป็นคำตอบมาตรฐานอยู่แล้ว ทีนี้ ถ้าคุณถามผู้ป่วยคนนี้ต่อ
“แล้วแขนซ้ายคุณล่ะ เป็นไงมั่ง?”
“ก็ปกติดีหนิ”
“จริงเหรอ ขยับได้เหรอ?”
“อ้าว ก็ขยับได้สิ”
“แล้วขาล่ะ เดินได้มะ?”
“ได้ดิ สบายดีทุกอย่าง”
นี่แหละครับ คือคำตอบที่คุณจะได้รับจากคนที่มีอาการ อะโนโซก์โนเซีย คนเหล่านี้จะไม่สามารถรู้ตัวได้เลยว่าเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นกับร่างกายตัวเองมั่ง.. ทั้งๆ ที่เป็นอัมพาตอยู่เห็นๆ แต่คนไข้ก็จะปฏิเสธอย่างหน้าชื่นตาบานว่าไม่ได้เป็นอะไร บางคนตาบอด แต่พอถามก็จะบอกว่ามองเห็น บ้างบ้าชัดๆ แต่ก็เชื่อว่าตัวเองไม่ได้บ้า ใส่กางเกงตัวเดียวกันไม่ซักเป็นเวลา 1 ปี ถึงเวลาขี้ก็ขี้บนเตียงนอนตัวเอง แต่ไม่ครับผมไม่ได้บ้า ผมปกติดี รักษาความสะอาดร่างกายเรียบร้อยดีทุกอย่าง..
เรื่องราวเหล่านี้ ฟังดูแรกๆ อาจจะเหมือนกับว่า เอ๊ หรือคนพวกนี้เค้าปวดร้าวกับโชคชะตาตัวเองมาก จนถึงขั้นปฏิเสธไม่ยอมรับความจริงไปเลยรึเปล่า เหมือนกับคนอ้วนที่ไม่ยอมรับว่าอ้วน อะไรแบบนั้นรึเปล่า?.. เปล่าครับ นักวิจัยทางสมองเค้าศึกษามาแล้ว ศึกษายังไงไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เค้าก็สรุปมาแล้วว่า ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่รู้ตัวเองจริงๆ ไม่ได้แกล้ง แล้วก็ไม่ได้พยายามปฏิเสธความจริงอะไรทั้งสิ้น ปัญหามันอยู่ที่ว่าสมองส่วนสำคัญที่มีบทบาทในการอัพเดทภาพพจน์ของตัวเอง (Self Image) ของเค้ามันเสียหายไป ทำให้เซ้นส์ที่คอยรับรู้ว่าสภาพร่างกายตัวเองตอนนี้มันเป็นยังไงนั้น ยังคงค้างเติ่งอยู่ที่สมัยก่อนจะเกิดความผิดปกติ ไม่สามารถอัพเดทมาให้ทันกับความเป็นจริงในปัจจุบันได้
คนไข้เหล่านี้ จริงๆ แล้ว ฉลาด มี IQ เหมือนคนปกติทั่วไป คุณไปเล่นหมากรุกด้วยได้ คุยด้วยได้ทุกเรื่อง(อันนี้พูดถึงกรณีคนที่ไม่ได้เป็นบ้า) ยกเว้นเรื่องเดียวคือเรื่องความพิการของเขา
“อ่าว ตกลงนี่แขนไม่ได้เป็นอะไรหรอกเหรอ”
“ก็ใช่ดิ ขยับได้ปกติ”
“อะ ถ้างั้นไหนลองขยับดิ๊”
“โอเค ได้ นี่ไง” ว่าแล้วเขาก็จะเอามือข้างที่ปกติ มาจับแขนข้างที่เป็นอัมพาตยกขึ้น แล้วก็โบกๆๆ..
บางคนไม่ทำแบบนั้น แต่จะจ้องมองมือของตัวเองที่ขยับไม่ได้สักพัก ลึกๆ ข้างในอาจจะรับรู้ว่าเออมันขยับไม่ได้จริงๆ ด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ยังไงๆ ในหัวมันก็ยังรู้สึกว่าร่างกายปกติดีทุกอย่างอยู่ดี สุดท้ายสมองก็อาจจะแต่งเรื่องขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพื่อมาแก้ต่างว่าทำไมถึงขยับไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น “อ๋อ มือผมน่ะปกติดี แต่นี่ไม่ใช่มือผม อันนี้เป็นมือพ่อผม” หรือไม่ก็ “อ๋อปกติมันขยับได้ แต่ตอนนี้มือผมเป็นหวัดอยู่” อะไรทำนองนี้เป็นต้น
มีบ้างบางครั้งเหมือนกัน ที่คุณหมอเค้นหนักจนกระทั่งคนไข้ยอมรับว่าตัวเองเป็นอัมพาตจริงๆ แต่ทว่าสุดท้ายเรื่องราวก็มักจะจบลงแบบนี้
“โอเค คุณคนไข้ ตกลงคุณเข้าใจแล้วใช่มั้ยว่าคุณเป็นอัมพาต”
“ครับ ดูเหมือนว่าแขนขาผมจะขยับไม่ได้จริงๆ ด้วย”
“อืม แล้วนี่คุณรู้แล้ว ไม่รู้สึกตื่นเต้น ตกใจ เสียใจ อะไรมั่งเลยเหรอ”
“ก็ไม่นี่ครับ.. เออว่าแต่คุณหมอประเดี๋ยวตอนเย็นๆ เลิกงานแล้วพอจะมีเวลาว่างมั้ยครับ”
“หืม ก็พอได้นะ ทำไมเหรอ?”
“ไปเตะบอลกันครับ”
“………….”
Credit : คุณแทนไท ประเสริฐกุล

Related posts:

  1. อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 9
  2. อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 7
  3. อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 8
  4. อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม
  5. อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 3

Tags: , , , ,

Facebook comments:

  • แปลกจริงๆ
  • แพร แบบที่เพื่อนแพรเป็นเขาเรียกว่า อาร์ท ตัวแม่
  • parir
    เพื่อนเเพรเป็นอ้ะ
    เวลาอก หักร้องไห้ เราก้อถามว่าไม่เป็นไรใช่ไหม
    เค้าก้อตอบว่า ..อืม เราสบายดี...

    * * ตกลงเพื่อนเป็นโรคสบายดี หรือเราเป็นโรค หลอกถามเพื่อน - -
  • บาส
    อือๆ เปงอาไรที่แปลก มาก
blog comments powered by Disqus