Tag: สมอง

อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 5

29 มิถุนายน 2009

อันดับ 5: อันนี้ไม่ใช่โรคนะครับ แต่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ล่าสุด ก่อนหน้านี้เรามักจะคิดกันว่า อาการบาดเจ็บทางสมองจะต้องนำมาแต่เรื่องร้ายๆ เท่านั้น แต่ปรากฏว่าเมื่อต้นปี 2007 ที่ผ่านมานี้เอง ทีมวิจัยของด็อกเตอร์เบคชาร่า (Antoine Bechara) ที่มหาวิทยาลัย Southern California เพิ่งจะค้นพบเป็นครั้งแรกว่า การที่สมองได้รับความกระทบกระเทือน บางทีก็สามารถก่อให้เกิดผลดีได้เหมือนกัน กลุ่มผู้ป่วยที่ด็อกเตอร์เค้าศึกษา เดิมล้วนเป็นคนที่สูบบุหรี่มาก่อนทั้งสิ้น ทว่าพอหลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับสมอง ผลปรากฏว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยที่สามารถเลิกบุหรี่ได้เองอย่างฉับพลันโดยอัตโนมัติ เลิกแล้วเลิกเลยเป็นปลิดทิ้ง ราวกับเป็นปาฏิหารย์ก็ว่าได้ ในบรรดาคนไข้เหล่านี้ มีชายวัยกลางคนอยู่ผู้หนึ่ง แกสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 14 และช่วงก่อนที่จะผ่าตัด แกก็สูบจัดมากถึงวันละประมาณ 40 มวน แถมยังเป็นแบบไม่มีก้นกรองซะด้วย ทีนี้พอเข้ารับการผ่าตัดสมองปุ๊บ ฟื้นมาวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าตั้งแต่นั้นมาแกก็ไม่เคยแตะบุหรี่อีกเลย เรียกได้ว่าเลิกได้แบบถาวรภายในวันเดียวโดยแทบจะไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ทั้งสิ้น ลุงแกให้สัมภาษณ์ว่า จริงๆ แล้วแกไม่ได้ตั้งใจจะเลิกด้วยซ้ำ เพียงแต่อยู่ๆ ร่างกายมันก็เหมือนกับ ลืมไปเอง… ว่าไอ้ความรู้สึกอยากยานี่มันเป็นยังไง เรื่องราวของคนไข้อื่นๆ อีก 10 กว่าคนก็เป็นทำนองเดียวกันนี้เหมือนกัน และด็อกเตอร์เบคชาร่าก็ตรวจพบว่า ทุกคนล้วนได้รับความเสียหายที่บริเวณสมองส่วนเดียวกันหมด นั่นก็คือ ส่วนที่มีชื่อว่า Insula [...]

อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 6

25 มิถุนายน 2009

อันดับ 6: Kluver-Bucy Syndrome (โรคไม่เรื่องมาก) ดูเหมือนว่า สมองคนเราจะมีอยู่ส่วนนึง ซึ่งทำหน้าที่คอยแยกแยะว่าอะไรกินได้กินไม่ได้ ผู้ป่วยจำนวนมากที่สมองส่วนนี้ได้รับความเสียหาย จะเกิดอาการ ‘กินดะ’ คือจะยัดทุกอย่างที่ขวางหน้าเข้าปาก ตั้งแต่กระดาษทิชชู่ ไปจนกระทั่งถึงขี้ตัวเอง ป้าคนนึงซดน้ำยาขัดรองเท้าจนหมดขวด ลุงอีกคนนึงชอบกินดินจากกระถางต้นไม้ บางคนตะลุยกินทุกอย่างจนอ้วนเอาๆ น้ำหนักขึ้น 20 กิโลในช่วงเวลาอันสั้น ญาติถึงกับต้องเอาโซ่มาล่ามตู้เย็น แล้วก็ซื้อหมากฝรั่งเป็นโหลๆ มาให้เคี้ยวกันปากว่าง นี่แค่กินดะอิจิอย่างเดียวก็น่าจะยวนพอเพียงอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าโรคเดียวกันนี้ ยังทำให้คนเราเลิกแยกแยะทางเพศ และเกิดอาการ ‘เอาดะ’ อีกด้วย คนไข้มักจะแก้ผ้าแก้ผ่อน ไล่ลวนลามคนแปลกหน้าโดยไม่เกี่ยงเพศ ทั้งหมอทั้งพยาบาลชายและหญิงต่างก็ต้องคอยระวัง บางคนอาจแยกแยะไม่ออกถึงขนาดพยายามมีอะไรกับวัตถุที่ไม่มีชีวิต อย่างเช่นโต๊ะหรือเครื่องถ่ายเอกสาร แม้แต่เด็กชายวัย 3 ขวบซึ่งยังไม่น่าจะรู้อิโหน่อิเหน่อะไรทั้งสิ้น พอเป็นโรคนี้ปุ๊บ ก็จะมีอาการคือ ชอบนั่งบี้ช้างน้อยของตัวเองเล่นตลอดทั้งวันไม่ยอมหยุด… แลช่างน่าอดสู และน่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง Credit : คุณแทนไท  ประเสริฐกุล

[What the!] ภาพนี้หมุนซ้ายหรือหมุนขวาเนี่ย!!?

23 มิถุนายน 2009

ดูดีๆครับ ภาพนี้มันหมุนได้ทั้งซ้ายและขวา แล้วแต่สมองจะสั่งการ ส่วนมากคนเราจะเห็นมันหมุนขวาครับ(ตามเข็มนาฬิกา) เทคนิคก็คือมองไปข้างๆแล้วเอาหางตาดูภาพ แล้วค่อยๆคิดว่ามันหมุนไปอีกทาง หรืออีกเทคนิคก็คือมองให้เท้ามันหมุนกลับ แล้วค่อยๆมองตัวมัน แล้วมันก็จะหมุนกลับด้าน!!! zSty!e~ credits : MDK

[How to] ฝึกสมองให้เก่ง คุณก็ทำได้…. ตอนที่ 2

22 มิถุนายน 2009

[How to] ฝึกสมองให้เก่ง คุณก็ทำได้…. ตอนที่ 2 หนึ่งในความสามารถของสมองที่มีอิทธิพลต่อสมรรถภาพของสมองในการคิดและจินตนาการที่สุด นั่นก็คือการ “เชื่อมโยง” กันของข้อมูล ไอสไตน์ซึ่งเป็นคนที่ใครๆก็ยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุค ก็เป็นคนที่มีความสามารถในการเชื่อมโยงของข้อมูลสูง และเป็นคนที่มีจินตนาการสูงมาก ไอสไตน์เองก็เป็นคนที่ีให้ความสำคัญกับจินตนาการมากๆ เพราะเมื่อใช้ความรู้โดยไร้จินตนาการมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เรามาดูการฝึกจินตนาการกันต่อเลยครับ

อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 7

21 มิถุนายน 2009

อันดับ 7: Category Specific Agnosia (โรคความรู้หายเป็นเรื่องๆ ) ฟังชื่อเหมือนโรคที่นักเรียนทุกคนเป็นหลังสอบเสร็จนะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายความจำในสมอง ซึ่งดูเหมือนจะแบ่งเก็บความรู้ไว้เป็นลิ้นชักๆ ตามคอนเซ็ปต์ของแต่ละเรื่อง เวลาหายก็หายได้เป็นเรื่องๆ เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นความเข้าใจเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ อาจจะแยกเก็บเอาไว้ที่นึง คนที่สมองบาดเจ็บได้รับผลกระทบเฉพาะตรงส่วนนี้ พอตื่นมา ทุกอย่างก็อาจจะปกติหมด ยกเว้นไม่สามารถแยกแยะได้ ว่าค้อนกับเลื่อยนี่มันเอาไปใช้งานต่างกันยังไง ในทำนองเดียวกัน ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ว่าชื่ออะไรบ้าง หน้าตายังไงบ้าง ก็อาจจะเก็บเอาไว้อีกลิ้นชักนึง คนที่ได้รับบาดเจ็บตรงส่วนนี้อาจจะยังแยกช้อนกับส้อม ค้อนกับเลื่อยได้ตามปกติ แต่พอถามเรื่องสัตว์ อาจจะเกิดอาการเหมือนกับลืมไป “เอ๊ะ ม้ากับหมูนี่มันต่างกันยังไงนะ?” อยู่ดีๆ ก็เกิดแยกไม่ออก เรียกไม่ถูกขึ้นมา ภาพที่เห็นด้านล่างซ้ายนี่คือ คุณหมอทดลองให้คนไข้ประเภทนี้วาดรูปเป็ดตามแบบที่ให้ดู ก็ปรากฏว่าวาดได้สวยเหมือนเป็ดดี โอเค คราวนี้เอาใหม่ ให้ดูแบบให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นเอาแบบออกไป แล้วรอ 10 วินาที ค่อยให้วาดจากความจำ ก็ปรากฏว่าจะได้ออกมาเป็นแบบรูปตรงกลาง ซึ่งก็โอเค มีแท่งๆ ดำๆ ขยุกขยุยงอกออกมาจากตูดเป็ดนิดหน่อย แต่ก็ยังดูเป็นเป็ดอยู่ คราวนี้มาถึงรอบสุดท้าย เอาแบบออกเสร็จแล้วให้รอถึง 1 [...]

อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 8

20 มิถุนายน 2009

อันดับ 8: Hemi-Neglect (โรคเมินซ้าย / เมินขวา) โรคนี้ยังคงเกี่ยวกับเรื่องซ้ายๆ ขวาๆ อยู่เหมือนเดิมนะครับ คนที่เป็นจะมีอาการประหลาดมากๆ คือ จะเลิกให้ความสนใจกับโลกซีกใดซีกหนึ่งของตัวเองไปเลยโดยสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่ซีกที่ถูกเมินมักจะเป็นซีกซ้าย คนไข้จะมีพฤติกรรมราวกับว่าสิ่งใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นหรือตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเองไม่มีตัวตน ไม่อยู่ในสายตา ไม่มีความสำคัญใดๆ ทั้งสิ้น เวลาแต่งตัวใส่เสื้อใส่กางเกง ก็ใส่แค่ข้างเดียว คือข้างขวา โกนหนวดก็โกนแค่ครึ่งเดียว ถ้าเป็นผู้หญิงก็ทาหน้าทาปากแค่ครึ่งเดียว เวลากินข้าวก็กินแค่ครึ่งนึงของจาน ครึ่งซ้ายไม่ยอมกิน เสร็จแล้วตอนหลังก็มักจะมาบ่นว่าไม่อิ่ม (สมมุติกินข้าวหมกไก่ แล้วน่องไก่มันดันไปอยู่ฝั่งซ้าย เขาก็จะกินแต่ข้าว.. ต้องช่วยหมุนจานให้ไก่มาอยู่ทางขวาก่อนถึงจะตระหนักว่า “โอ๊ะ! นี่มันไก่นี่หว่า กินดีกว่า”) เวลาเขียนหนังสือก็จะเว้นที่ไว้ครึ่งหน้า ไม่ยอมเขียนด้านซ้ายของกระดาษ เวลาบอกให้วาดรูปก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะวาดบ้าน วาดนาฬิกา หรืออะไร ก็จะออกมาแค่ครึ่งเดียวหมด (ดูรูปประกอบ)                    คนไข้พวกนี้ โดยมากจะขยับควบคุมแขนขาทั้ง 2 ข้างได้ตามปกติ จะมีก็แต่ความรับรู้เท่านั้นที่เสียสมดุลเอียงไปข้างนึง ส่วนใหญ่เกิดจากการที่สมองซีกขวาส่วนค่อนไปทางท้ายทอยหน่อยได้รับความกระทบกระเทือน สมองส่วนนี้ปกติทำหน้าที่ในการกำหนดเพ่งความสนใจไปยังสิ่งต่างๆ รอบตัว เมื่อเกิดเจ๊งขึ้นมา คนไข้จะยังสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ทางซ้ายได้ตามปกติ ไม่ได้เบลอ ไม่ได้บิดเบี้ยวใดๆ [...]

อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 9

19 มิถุนายน 2009

อันดับ 9: Split Brain (โรคสมองแยก) หลายคนอาจจะเคยได้ยินนะครับ สมองแต่ละซีกของคนเรามีบุคลิคและความสามารถที่แตกต่างกัน ในคนส่วนใหญ่ ซีกซ้ายจะเป็นที่อยู่ของวงจรเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษา การคิดเลข การใช้เหตุผล และเป็นซีกที่ทำหน้าที่จดจำคำศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อสิ่งของต่างๆ ส่วนซีกขวาจะโง่เรื่องเหล่านี้ แต่จะเก่งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เรื่องศิลปะ เรื่องอารมณ์ แล้วก็เรื่องการคิดในลักษณะที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ในคนปกติสมองทั้งสองซีกจะทำงานสัมพันธ์ร่วมกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นคนคนเดียว แต่ในคนไข้ Split Brain สะพานประสาทซึ่งคอยเชื่อมโยงข้อมูล ติดต่อสื่อสารระหว่างสมองทั้งสองซีก จะถูกทำลายขาดไป ทำให้เกิดผลก็คือ สมองทั้ง 2 ซีกไม่สามารถคุยกันได้ คนไข้คนนั้นจะเกิดอาการคล้ายๆ 2 คนในร่างเดียว คือร่างกายซีกซ้ายกับซีกขวาจะรับรู้และตอบสนองไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น เวลาถือของในมือซ้าย (ซึ่งส่งสัญญาณไปสมองซีกขวา) คนไข้จะไม่สามารถบอกได้เลยว่าของที่ถืออยู่คืออะไร เพราะสมองซีกขวามันไม่รู้ศัพท์ แล้วมันก็ไม่สามารถส่งสัญญาณไปปรึกษากับซีกซ้ายได้เหมือนอย่างในคนปกติ ในทำนองเดียวกัน หากเรานำคนไข้ Split Brain มานั่งจ้องตรงกลางจอคอมฯ เสร็จแล้วฉายภาพตะหลิวให้เขาดู ถ้าภาพปรากฏขึ้นทางด้านขวาของจอ (เข้าสู่สมองซีกซ้าย) เขาก็จะสามารถบอกได้ตามปกติว่ามันคือตะหลิว ทีนี้พอสลับกัน หากเราฉายภาพขึ้นข้างซ้ายบ้าง (เข้าสู่สมองซีกขวา) คนไข้จะได้แต่นั่งนิ่งใบ้ แล้วก็บอกว่า “ไม่เห็นจะมีรูปอะไรเลย” ราวกับว่าสายตาของเขาไม่ได้มองเห็นสิ่งใด [...]

อาการบาดเจ็บทางสมองยอดเยี่ยม อันดับที่ 10

19 มิถุนายน 2009

อันดับที่ 10 Alien Hand Syndrome (โรคมือสมัครเล่น)                      ใครที่เคยดูหนังเรื่อง Idle Hands (ผีขยัน มือขยี้) หรืออ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง ปรสิต คงพอนึกภาพออกนะครับว่า ถ้ามือของเรามันเกิดมีชีวิตจิตใจ มีความคิดเป็นของตัวเองขึ้นมา มันจะเป็นยังไง                       ใน 2 เรื่องที่ผมยกตัวอย่างนั่น พระเอกโดนมือผีเข้าสิง กับโดนปรสิตต่างดาวเข้ามาฟักตัวในแขน ตามลำดับ ปรากฏว่าในความเป็นจริง อาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ ในคนที่ได้รับบาดเจ็บทางสมอง ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าโรคนี้จะมีได้หลายสาเหตุ แต่หนึ่งในสาเหตุหลักมาจากการที่สมองส่วนหน้าของคนเรามีวงจรซึ่งคอยทำหน้าที่ควบคุมความประพฤติของมืออยู่ ทีนี้พอสมองส่วนนี้เกิดเจ๊งขึ้นมา มันก็จะไม่มีอะไรคอยยับยั้งความซน มือมันจะตอบสนองตามสิ่งเร้าภายนอกไปเรื่อยโดยอัตโนมัติ                       คนไข้ที่เป็นโรคนี้ มือข้างใดข้างหนึ่งจะคอยเอื้อมไปจับนู่นจับนี่อยู่ตลอดเวลาโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สั่ง กระทั่งบางครั้งไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ กำลังคุยกับคนทางขวาอยู่ หันไปดูอีกที อ้าว มือซ้ายมันกำลังเล่นเหนียงคุณป้าที่นั่งอยู่ข้างๆ (ตัวอย่างนี้ผมมั่วขึ้นมา แต่ต่อไปเป็นเรื่องจริง) บางทีกำลังกินข้าวอยู่ มือมันก็เอื้อมไปหยิบก้างปลาในจานคนอื่นมายัดใส่ปาก นั่งๆ อยู่ มันก็จะแอบปลดกระดุมเสื้อบ้าง ชูขึ้นมาจิ้มตาจิ้มปากบ้าง หนักๆ เข้าอาจจะลามปามถึงขั้นบีบคอตัวเอง เจ้าของมือต้องคอยสู้รบปรบมือกับมือของตัวเองตลอดเวลา บางทีต้องเอาอีกมือนึงมาคอยจับกดเอาไว้ให้มันอยู่กับที่ เสร็จแล้วตบตีสั่งสอน [...]